โคปา เดเรย์ ความผิดพลาดราชันย์

โกขว้าง เดล เรย์ ความล้มเหลวของ เรอัล มาดริด ?
โกขว้าง เดล เรย์ รอบรองชนะเลิศจับสลากประกบคู่กันเรียบร้อยแล้ว โดย แอตเลว่ากล่าวโก ไปเจอกับ บาร์ซ่า รวมทั้ง เซลต้า บีโก้ ดวลกับ อลาเบส
ผลออกมาเรียกเสียงซี้ดเช่นนี้ แฟนๆของทั้ง 4 กลุ่มคงมีหัวข้อเสวนากันเป็นที่คึกคักอย่างต่ำๆก็ตราบจนกระทั่งใกล้จะถึงเกมแรกในวันพุธหน้า ส่วนสมัยก่อนตัวเก็งที่กลายเป็นตัวเกร็งอย่าง เรอัล มาดริด ก็จำต้องมาพูดคุยกันอีกทีในหัวข้อที่ว่า "ไม่เข้ารอบโกขว้างฯเป็นความล้มเหลวไหม ?"
ด้วยความที่เป็นกลุ่มใหญ่ อุดมด้วยนักเตะสุดยอด แถมคู่แข่งก็มิได้บิ๊กเนมอะไร แต่ดันแพ้ค้างรังในครั้งแรก จนเป็นสาเหตุของหายนะ เลยทำให้มีจำนวนไม่น้อยที่เห็นว่า มาดริด ล้มเหลว แถมยังตั้งปัญหาถัดไปอีกว่า "นี่จะเป็นจุดเปลี่ยนแปลงของกลุ่มในฤดูกาลนี้หรือเปล่า ?"
จากการพูดคุยกัน-สัมภาษณ์สาวกมาดริดิสต้าที่เป็นคนสเปนแท้ๆหน้าสนามเบร์ที่นาเบวเมื่อวันเสาร์ที่แล้ว แต่ละคนก็ค่อนข้างจะแน่ใจว่ากลุ่มจะคัมแบ็กกลับมาเข้ารอบได้ กระนั้นในตอนท้ายดูเหมือนจะทุกคนล้วนเห็นว่า "หากมันจะไม่เข้ารอบจริงๆก็ไม่ใช่เรื่องร้ายแรง"
จริงอยู่ในทุกๆฤดูกาล "นายทัพชุดขาว" ตั้งเป้าไว้ที่การครองแชมป์ทุกรายการ รวมทั้งปีนี้ก็ไม่ได้มีความแตกต่างไปจากเดิม มีการตั้งธงไว้ที่ 3 แชมป์ กระนั้นแฟนมาดริดเกือบทุกรายต่างก็ทราบดีว่าการจะไปถึงเป้าหมายถึงขั้นนั้นเป็นเรื่องที่ยากถึงยากมากๆกับ 3 รายการหลักที่จำต้องลงต่อสู้ หากว่ามันใกล้จะถึงครั้งหลุดร่วงไปก่อนเวลา ก็หวังให้เป็น โกขว้าง เดล เรย์ นี่แหละ
ปฏิกิริยาของแฟนมาดริดแม้จะผิดหวังอยู่บ้าง แต่ก็มิได้ต่อว่ากลุ่มจำนวนมากนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเกมเลกลำดับที่สองที่ บาไลดอส เนื่องจากว่ากลุ่มชี้ให้เห็นถึงความจริงจังไม่ย่อท้อ เรียกว่าสู้สุดกำลังจนแฟนๆเข้าใจ อีกทั้งการเสียประตูแรกก็นับเป็นความโชคร้ายอย่างที่สุด ผลเสมอ 2-2 ก็เลยเป็นอะไรที่กองเชียร์ทุกคนรับได้
หลังไม่เข้ารอบ ซีเนดีน ซีดาน บอกว่ามิได้รู้สึกผิดหวังเนื่องจากว่าลูกทีมทุกคนเล่นกันก็ดีแล้ว โดยเฉพาะ 35 นาที ซึ่งจังหวะทำเข้าประตูตัวเองของ ดานีโล่ นั้นก็โชคร้ายมากๆ
ว่ากันถึงตรงนี้กับคำถามเเรกก็น่าจะสะสางแล้วว่า การตกรอบบอลถ้วยหนแรกภายใต้การคุมกลุ่มของ ซีดาน มันไม่ใช่ความล้มเหลว แฟนๆพอทำใจรับได้แต่กับคำถามลำดับที่สองที่ว่า "มันจะกลายเป็นจุดเปลี่ยนแปลงหรือเปล่าล่ะ ?" อันนี้น่าดึงดูด
ลูคัส บาสเกซ แสดงออกซึ่งทัศนคติอันดีเลิศว่านับแต่นี้ไปพวกเราจะทุ่มเทตลอดชาติเพื่อถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีก รวมทั้ง ลา ลีกามุมมองเช่นนี้ถือว่าน่าชมเชย รวมทั้งมั่นใจว่าทั้ง ซีดาน รวมทั้งนักเตะทุกๆคนต่างก็มองดูเช่นกัน ถ้าเกิดแต่ก่อนหน้าที่ผ่านมาจำต้องยอมรับกันตรงๆว่า มาดริด กำลังอยู่ในขณะที่ไม่ดีนัก
ภายหลังจากรันยาวไม่แพ้ผู้ใดกัน 40 เกม ก่อนที่จะแพ้สองเกมติด ชนะ มาลาก้า อย่างหืดจับจนถึงไม่เข้ารอบโกขว้างฯ ผลงานตรงนี้สะท้อนให้มีความคิดเห็นว่ากลุ่มกำลังมีปัญหาอยู่ไม่น้อย
ปัญหาแรกก็คือเรื่องของอาการบาดเจ็บ ที่เวลานี้มีร่วม 7 ราย จุดนี้คงเป็นเรื่องยากที่จะควบคุม เนื่องจากว่ามันเป็นเหตุการณ์ที่ไม่อาจคาดการณ์ล่วงหน้าได้ปัญหาลำดับที่สองเป็นสภาพความฟิต เมื่อตัวเจ็บเยอะแยะ ก็หลีกเลี่ยงไม่เหมาะจะต้องใช้งานผู้เล่นหน้าเดิมๆลงในสนามติดๆกันกระนั้นอีกมุมนึง ก็ถือเป็นการพิสูจน์กึ๋นของผู้เป็นแม่ทัพใหญ่อย่าง ซีดาน ว่าจะเอาชีวิตรอดจากสถานการณ์ที่ยากลำเค็ญนี้อย่างไรเกมกับ เซลต้า ที่ บาไลดอส นั้น เรอัล มาดริด ที่จำต้องสลับตำแหน่งกันยุ่ง ชี้ให้เห็นสัญญาณในแง่ดี รวมทั้งลบ

แง่ดีก็คือสปิริตกลุ่มเริ่มกลับมาแล้ว ในช่วงเวลาที่โดนนำ 1-2 พวกเขาพยายามอย่างหนักเพื่อกลับมาทั้งๆที่เวลาใกล้จะหมด ช่องทางไม่เข้ารอบเกือบจะ 90%
แต่แง่ลบก็มีเช่นกัน ดังเช่นว่า เอ็นรีเก้ กาเซมีโร่ ชี้ให้เห็นเลยว่าเขาไม่เหมาะกับตำแหน่งเซนเตอร์ฮาล์ฟ ฟอร์มการเล่นในตำแหน่งใหม่ของมิดฟิลด์บราซิมันถือเป็นส่วนนึงที่ทำให้กลุ่มทำมิได้ตามเป้า ส่วน ดานีโล่ ก็อย่างที่เห็นกันอยู่ว่านอกจากโชคร้ายแล้ว ระดับฝีเท้าของเขายังมุ่งหวังได้ตรากตรำ ฉะนั้นถ้าเกิดลำแข้งตัวหลักในแนวรับยังกลับมาไม่เต็มสูบ ซีดาน จะทำยังไงW88?
การแก้ไขกลุ่มในสถานการณ์ฉุกเฉิน ยังถือว่าทำเป็นเพียงแค่ในระดับนึง ไม่ถึงกับดี แต่พอภาพความเป็นนักสู้มันออกมาค่อนข้างจะชัดเจน กลุ่มเลยไม่โดนด่าอีกปัญหาที่ชัดเจนของ มาดริด ยามนี้ก็คือฟอร์มของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้
ถึงเกมกับ เซลต้า บีโก้ เจ้าของบัลลงดเว้นอร์ 4 สมัยจะซัดฟรีคิกสุดงามได้ แต่ถ้าเกิดประเมินที่ฟอร์มโดยรวม ถือว่ายังน่าวิตกอยู่
โรนัลโด้ ยังกลับมาเป็นคนเดิมมิได้ ซึ่งตราบใดที่ยังเป็นเช่นนี้ มาดริด ก็จะตรากตรำ ตรงนี้ก็ถือเป็นอีกปัญหานึงที่ ซีดาน จะต้องทำให้ CR7 กลับเข้าสู่ฟอร์มเดิมให้ได้อย่างเร็วที่สุด
ครับ อย่างที่บอกไปครับว่าแฟนๆ มิได้ตั้งเป้าหมายไว้สูงนักกับ โกขว้าง เดล เรย์ ซึ่งในห้วงเวลาเดียวกันนั่นหมายความว่าพวกเขาหวังไว้สูงมากกับ ลา ลีกา รวมทั้ง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกมันหมายความว่านับแต่นี้ไป เรอัล มาดริด ไม่เหลือช่องว่างให้กับความบกพร่องแล้ว
กับลา ลีกา สถานการณ์ยังโอเคอยู่ กลุ่มยังนำเป็นผู้นำฝูง แถมยังแข่งน้อยกว่า 1 นัดหมาย ถ้าเกิดชนะ เรอัล โซเซียดาด ในสุดสัปดาห์นี้ที่ เบร์ที่นาเบว ได้ ทุกอย่างคงกลับมาเข้าที่เข้าทางอีกทีแต่ถ้าหากว่าหลุดเสมอหรือพลิกล็อกแพ้ค้างถิ่นขึ้นมา งานนี้บอกได้เต็มปากครับว่า "ยับแน่ๆ"
มันบางทีอาจจะกลายเป็นจุดเปลี่ยนแปลงของฤดูกาลที่ก่อนหน้าที่ผ่านมาเคยถูกหวังไว้อย่างสวยงามอย่างช่วยไม่ได้ รวมทั้งบางทีอาจจะมีผลกระทบไปถึงความมั่นใจและความเชื่อมั่นที่กลุ่มพยายามเรียกกลับคืนมา

17 Words

กลวิธีดึงหงส์จากหลุม

สถานการณ์ของลิเวอร์พูลในขณะนั้น หากเป็นคนเจ็บติดเตียง อาการมีแม้กระนั้นทรงกับทรุด
แพ้คาบ้านสองครั้งติดต่อกัน ทั้งที่ก่อนโดนสวอนซีบุกคลำคมเมื่อวันเสาร์ หงส์แดงแวววาวด์ลี่ พรีเซนต์ กระหยิ่มใจเสนอผลงานไม่มีพ่ายในแอนฟิลด์ นานผ่านปี
เรื่องจริงวันนี้ไม่ตั้งใจเขียนถึงความพ่ายแพ้ที่เลิกทางไปเวมบลีย์ เนื่องจากว่าไม่มีอะไรแปลกใหม่ จากที่พึ่งแพ้ในดาร์บี้แมตช์ของศึก "หงส์สองตัวอยู่สระเดียวกันไม่ได้"
แม้กระนั้นหลักสำคัญที่ว่ามันเกิดอะไรขึ้นอยู่กับลิเวอร์พูล จากชัยชนะเพียงแค่ครั้งเดียวใน 7 เกมทุกรายการ ตั้งแต่แมื่อออกสตาร์ตศักราชใหม่ แถมเป็นการชนะโรคหืดจับเหนือกลุ่มต่ำดิวิชั่นกว่าจมหูอย่างพลีมัธ ผมรู้สึกว่าทุกคนคงพอเพียงมีคำตอบอยู่บ้างแล้ว
สำคัญกว่านั้นคือการระดมความเห็นหาทางออก เนื่องจากว่าในเมื่อสถานการณ์เลวร้ายมาถึงจุดนี้ เจอร คล็อปป์ ควรจะถึงเวลาลงมือทำอะไรหรือยัง เพื่อเปลี่ยน รวมทั้งฉุดกลุ่มให้กลับขึ้นมาผงาดอีกทีผมสะสมมาเป็นข้อๆเท่าที่พอเพียงนึกได้ในห้วงยังเซ็งเป็ด เอ๊ย เซ็งหงส์
1. ฉีกรูปแบบการเล่นทั้งระบบ สไตล์ รวมทั้งกรรมวิธีให้แตกต่างจากแพทเทิร์นเดิมๆซ้ำๆในระหว่างที่ยังมี ซาดิโอ มาเน่ ในสนาม
เนื่องจากว่าจนกระทั่งเวลานี้ ผลงานชนะพลีมัธ เพียงแค่กลุ่มเดียวจาก 7 นัด รวมทั้งจะต้องใช้จังหวะถึง 180 นาที เพื่อคว่ำกลุ่มระดับลีก ทู นี้ได้ สะท้อนแจ่มกระจ่างว่าการขาดมาเน่ ทิ้งปัญหาใหญ่ขนาดเท่าหลุมจากระเบิดปรมาณูเจอร คล็อปป์ ทราบนานแล้วว่าเขาไม่มีผู้แทนมาเน่ แบบ like for like หรือมีสไตล์คล้ายกัน ไม่ถึงขั้นว่าจะต้องเหมือน มาเน่ทำให้เกมบุกของลิเวอร์พูล ภายใต้หมาก 4-3-3 จุดติดมาทั้งครึ่งฤดูกาลแรก จากการเป็นตัวรุกริมเส้นที่ถ่างตัวตามติดออกจากตำแหน่ง รวมทั้งเปิดทางให้ตัวสอดอย่าง อดัม ลัลลาน่า หรือ เนธาเนียล ไคลน์ ทะลุขึ้นมาทำการจะสังเกตได้ว่าตั้งแต่มาเน่ไม่อยู่ ลิเวอร์พูลไม่สามารทำลายโซนรับคู่ต่อสู้ให้ฉีกจนขาด หรือแตกออกมาได้เลยพร้อมๆกันคือฟอร์มของลัลลาน่า รวมถึงไคลน์ พากันหายเข้าก้อนเมฆไปด้วยเมื่อกึ่งกลางอาทิตย์กับนักบุญ คล็อปป์ยังดื้อรั้นยึดระบบนี้ แม้จะถอยลัลลาน่าลงมายืนในไลน์ของมิดฟิลด์ รวมทั้งขยับ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ไปแทนตำแหน่งของมาเน่ โดยมี แดเนียล สเตอร์ริดจ์ เป็นกองหน้าตัวเป้า
แม้กระนั้นตลอด 45 ท้องนาทีแรก เกมของลิเวอร์พูลยังมืดบอด ไม่มีวี่แววจะเอาชนะแนวรับของเซาธ์หมูแฮมป์ตัน ที่ไม่ได้ใช้คู่เซนเตอร์ฮาล์ฟตัวหลักจากช่วงต้นฤดูกาล อย่าง เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ กับ โชเซ่ ฟอนเต้ ด้วย เนื่องจากว่าการแก้แบบหนึ่งมักนำมาซึ่งการก่อให้เกิดปัญหาอีกอย่างหนึ่ง หลายๆจังหวะปรากฏว่าฟีร์มีโน่หุบมาทับไลน์เดียวกับสเตอร์ริดจ์ ส่วนการขึ้นเกมทางขวายังบอดอย่างเดิม มิหนำซ้ำแบ็กขวายังเป็นดาวรุ่งอย่าง เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ ที่แม้เล่นได้ดีระดับหนึ่ง แม้กระนั้นเขาควรจะแบกความหวังในระดับไหน เป็นอีกกรณี
จนถึงครึ่งหลัง คล็อปป์ขยับตำแหน่งการยืนเป็น 4-4-2 ไดมอนด์ ฟีร์มีโน่กับสเตอร์ริดจ์เป็นคู่กองหน้า คูตินโญ่เป็นหัวเพชร ถึงสามารถสร้างจังหวะได้เยอะขึ้น รวมทั้งควรจะมองเห็นสกอร์อย่างน้อยๆ1-2 ประตู
เป็นอีกทีต่อจากนัดแพ้สวอนซีเมื่อสุดสัปดาห์ ที่คล็อปป์เลือกออกสตาร์ตด้วยแผน 4-3-3 รวมทั้งเมื่อไม่เป็นผลถึงค่อยคิดเปลี่ยน
กับสวอนซีจะต้องคอยให้โดนสองเม็ด ค่อยกระตุกความตื่นตัว ส่วนเกมนี้ ลิเวอร์พูลไม่ได้เริ่มต้นด้วยผล 0-0 นะครับ แม้กระนั้นตาม 0-1 จากนัดแรก แล้วเพราะเหตุใดถึงปลดปล่อยให้ตัวเองเหลือเวลาเพียงแค่ 45 นาทีสุดท้าย
2. เว้นแต่ความเคลื่อนไหวในสนามแข่งแล้ว สิ่งที่ยากกว่าคือ คล็อปป์อาจจะต้องปรับขั้นตอนการทำงานนอกสนาม

อย่างที่เฟอร์กี้เคยวิเคราะห์ในตอนซัมเมอร์ ว่าจากการเล่าเรียนเกมนัดชิงยูโรปา ลีก ระหว่างลิเวอร์พูล กับ เซบีย่า เขามองเห็นนักฟุตบอลหงส์แดงเหี่ยวเฉาปลาย รีบไม่ขึ้นในครึ่งหลัง
เหมือนกับ เรย์มงด์ แฟร์เฮเย่น ผู้ฝึกสอนด้านฟิตเนสที่ผ่านเวทีฟุตบอลโลกมาแล้วสามสมัย กับฮอลแลนด์, เกาหลีใต้ รวมทั้งรัสเซีย รวมถึงเคยเป็นเทรนเนอร์ส่วนตัวให้ เคร็ก เบลลามี่ ได้แสดงความเห็นกึ่งพยากรณ์ในเดือนสิงหาคมว่า สไตล์ทำทีมรวมทั้งการฝึกซ้อมที่เข้มข้นของคล็อปป์ จะมีผลให้ลิเวอร์พูลตรากตรำในตอนครึ่งฤดูกาลข้างหลังนาทีนั้น เด็กหงส์บางคนส่ายหน้าไม่เชื่อแม้กระนั้นข้างหลังเกมกับเซาธ์หมูแฮมป์ตัน เจมี่ คาร์ราเกอร์ บอกว่าหนึ่งในปัญหาใหญ่ของหงส์แดง คือนักฟุตบอลดูล้า ขาไม่วิ่ง สปีดช้าลง รวมทั้งแพ้หลายครั้งขึ้นในการฉกชิงบอลจังหวะสอง
เกมนี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบหลายๆนัด ที่มองเห็นนักฟุตบอลลิเวอร์พูลกลับมาใช้เกมเพรสซิ่งแบบเป็นหมู่คณะ เหมือนในระยะแรกที่คล็อปป์เข้ามาคุม รวมทั้งนับว่ากดดันกลุ่มเยือนได้พอสมควร
แม้กระนั้นก็ทำแบบมาๆหายๆเป็นพักๆไม่สม่ำเสมอ เหมือนจะบีบได้แล้ว แม้กระนั้นสุดท้ายก็คลายออก ความฟิตของนักฟุตบอลจะต้องถูกเสนอคำถามว่าคล็อปป์รีดมันออกมาจนถึงหมดถัง ไม่เหลือสักหยดแล้วหรือ 3. จงเห็นด้วยเถิดว่าขุมกำลังชุดนี้ดีไม่พอจะต่อกรกับอีก 4-5 กลุ่มบนหัวตารางลิเวอร์พูลอาจมีกลุ่ม 11 ตัวจริงที่ดีไม่เป็นสองรองคนใด แม้กระนั้นอย่างที่มองเห็นเมื่อเกมเข้าสู่ตอนเข้าด้ายเข้าเข็ม รวมทั้งคล็อปป์แทบจะไม่ขยับสลับตัว หรือใช้โควตาเปลี่ยนช้าเหลือเกิน แทนที่จะเปลี่ยนตั้งแต่ออกสตาร์ตครึ่งหลัง มันย่อมสะท้อนในทางหนึ่งว่า คล็อปป์อาจไม่เชื่อว่าผู้เล่นสำรองจะทำงานได้ดีมากยิ่งกว่าคนที่อยู่ในสนาม
การซื้อนักฟุตบอลใหม่ในตอนมกราคม อาจไม่ใช่รสนิยมส่วนตัวของคล็อปป์ รวมทั้งเขาก็มีส่วนถูกที่ว่ามันไม่ได้หาซื้อกันกล้วยๆเหมือนที่คนจำนวนไม่น้อยคิด ด้วยปัจจัยหลายสิ่งหลายอย่าง
แม้กระนั้นถึงอย่างงั้นก็ใช่ว่าของดีจะไม่มีให้สอยมาเสียเลย เอฟเวอร์ตันได้ มอร์กกาน ชไนเดอร์ลิน ไปเสริมดินแดนกึ่งกลาง บางทีข้อตกลงบางข้อ ของดีราคาไม่แพงเหลือเกินก็รออยู่ในตลาด
เวลาที่เหลืออีกไม่กี่วันก่อนตลาดวาย ยังพอเพียงทันให้คล็อปป์มองหาตัวเลือกใหม่ๆมาช่วยปั๊มหัวใจหงส์ที่เริ่มจะแผ่วเบาลง ดีมากยิ่งกว่าปลดปล่อยให้ตายไปซึ่งๆหน้า
4. ทำทุกๆอย่างอย่างเดิมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น นับวันคอยที่กำลังจะได้ ซาดิโอ มาเน่ กลับมาช่วยกลุ่มจากการไปทำสงครามแอฟริกัน เนชั่นส์ คัพไม่ได้แดกดันนะครับ รวมทั้งผมคงไม่ใช่แฟนหงส์คนเดียวที่คอยเช็กผลของเซเนกัล ด้วยใจต้องการให้ตกรอบแม้กระนั้นไก่โห่เลยด้วย ความหวังหรืออีกนัยเรียกว่าแช่ง พังยับเยินตั้งแต่ผ่านสองนัดแรก เนื่องจากว่าเซเนกัลปัดกวาด 6 แต้มเต็ม แถมมาเน่มีชื่อทำประตูได้ทั้งสองเกม
ผ่านเข้ารอบไปแบบสบายๆจัดเตรียมเจอกับ "หมอผี" แคเมอรูน ในรอบก่อนรองฯ วันเสาร์นี้ ดูตามหน้าเสื่อ เซเนกัลดีกว่าอยู่ดี มีสิทธิ์อยู่ยาวผ่านถึงก.พ.

17 Words

18 คะแนนที่หายไปของ หงส์แดง

แล้วสิ่งที่ชาวหงส์หวาดผวาก็ยังคงเกาะกัดความรู้สึก ทีมที่ขึ้นชื่อว่าเป็น ''แชมเปี้ยน'' ในกลุ่มท็อปเซเว่นโดยไม่เคยแพ้เลย ก็ยังมักจะต้องตกอยู่ใต้เครื่องหมายคำถามว่าเพราะอะไรถึงรีบสปีดไม่ขึ้นประจำยามปะทะทีมกลุ่มข้างล่างของตาราง มันไม่ใช่ครั้งแรก ครั้งสอง ครั้งสาม แต่มันหลายหนมากมายๆมีเสียงโห่เล็กๆถึง จอร์แดน ไอบ์ (What?) มีเสียงชมเชยถึง ดิว็อค โอริกี้ พลันที่พุ่งชนจ่อๆให้ลิเวอร์พูลแซงนำ มีเสียงบ่นหนักแน่นถึงแท็กติกของ เจอร คล็อปป์ อีกครั้ง ซึ่งจัดได้ว่าเป็นเหตุผลสำคัญเลยที่ทำให้เกมจบด้วยการเสมอ โยนชัยทิ้งที่แอนฟิลด์
''คูติเตียนนโญ่เจ็บไข้ตอนพักครึ่ง ผมเลยจะต้องเปลี่ยนแปลงออก มันเกิดเรื่องที่ต้องทำ'' ชายผู้สวมแว่นสายตาทรงกลมตอบปัญหา ถึงกระนั้นก็ยังมีคนไม่รู้เรื่องว่าเพราะอะไรจะต้อง โฌแอล มาติเตียนป เพราะอะไรจะต้องปรับมาตึงเกมรับด้วยสามเซนเตอร์ฮาล์ฟ เพราะอะไรไม่ แดเนียล สเตอร์ริดจ์ ไม่ เบน วู้ดเบิร์น หรือ อัลเบร์โต้ โมเรโน่ นี่บอร์นมัธ ไม่ใช่บาร์เซโลน่า…
''โอเค ผมแค่เห็นว่าบอร์นมัธมีกองหน้าสองคนที่มีความเร็ว ในเวลาที่ แดเนียล (สเตอร์ริดจ์) พึ่งหายมาคงจะยังไม่เหมาะสมกับเกมจำพวกนี้ ผมเลยเลือกแท็กติกอย่างงั้น'' ฟังแล้ว กลายเป็นผลึกเช่นกันมั้ย
1. การที่เปลี่ยนแปลงมาใช้หลังสามด้วยการถอดนักเตะที่ฝากความคาดหวังได้มากสุดออกตั้งแต่นาที 65 ซึ่งเวลาที่เหลือขนาดนั้นอย่างไรก็นำพาการเสี่ยงที่จะเสีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งยิ่งเมื่อใคร่ครวญจากความเหนียวแน่นของเกมรับลิเวอร์พูลก่อนหน้านี้
2. ถ้าเกิดสเตอร์ริดจ์ไม่เหมาะสมกับ ''เกมอย่างนี้'' ก็ไม่ควรใส่ชื่อเอาไว้ด้วยทุกประการ เนื่องจากมันเหมือนทำข้อสอบแล้วจำไม่ได้ก็วงคาดเดาๆไป
3. ในช่วงเวลาที่โดน 2-2 ถึงด้านหลังเกมแต่ว่าเวลาก็ยังพอเพียงเหลืออยู่รวมทดเจ็บก็อย่างน้อย 7 นาที เพราะอะไรนะครับ เขาถึงคงจะนิ่งที่จะแก้ไขเหตุการณ์ มีสิ่งใดดลใจให้เชื่อว่าผู้เล่นที่อยู่ในสนามจะสามารถพังประตูลำดับที่สามได้
ซีซั่นนี้นอกเหนือจากโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดแล้ว สังเวียนของทีมท็อปเซเว่นก็ล้วนทำให้กองเชียร์บอร์นมัธเดินทางกลับบ้านที่ดินแดนใต้ด้วยความชอกช้ำมาตลอด แพ้ 4-0 ที่เอติเตียนฮัด, 3-1 ที่เอมิเรตส์, 3-0 ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ รวมทั้ง 6-3 ที่กูดิสัน พาร์ค ด้วยเหตุผลดังกล่าวแล้วด้วยประการทั้งปวง ลิเวอร์พูลควรเก็บสามแต้มให้ได้กับ ''เกมอย่างนี้'' การเจ็บของ ซาดิโอ มาเน่ ส่งผลเสียแน่นอนฤดูกาลนี้พวกเขาไม่เคยกำชัยได้เลยยามไม่มีสตาร์คนเก่งทีมชาติเซเนกัล (เสมอ 2 แพ้ 2) ถึงกระนั้นด้วยทรงของเกมอย่างคืนวันพุธ ด้วยความที่ช่วงหลังลงมาเร่งเครื่องจนบดออกนำไปเรียบร้อย ถ้าเกิดรักษาสกอร์มิได้ ก็จะต้องกระหน่ำเพิ่ม แต่ว่าสมาพันธ์สีแดงแห่งเมอร์ซี่ย์ไซด์ทำมิได้สักอย่าง อีกอย่างหนึ่งการสันนิษฐานว่าทีมของคล็อปป์มักแพ้ทางพวกมาอุด แต่นี่ไม่ใช่ บอร์นมัธภายใต้ผู้ฝึกสอนวัยรุ่น เอ็ดดี้ อาว มาแอนฟิลด์ด้วยการวางระบบ 4-4-2 มี โจชัว คิง กับ เบนิค อโฟเบ้ ยืนหัวหอก พวกเขาบากบั่นเซตเกมรุกบนพื้นสู้ แม้อาจมีบ้างที่รอฉวยความบกพร่องเข้าโจมตีดุจดังเช่นว่าลูกแรกที่ทำเป็น นี่ก็ไม่ใช่หนแรกที่เกิดอะไรอย่างนี้
วันเสมอซันเดอร์แลนด์ 2-2 ที่สเตเดี้ยม ออฟ ไลท์ก็ถูกทีเด็ด เจอร์เมน เดโฟ นาที 84 ต่อมาเสียเชิงติดอยู่รังต่อสวอนซี 2-3 ทั้งที่อุตสาห์ฮึดเหมือนกลับมาได้แล้วรวมทั้งแน่ๆที่เดอะ ค็อปคงจะจำฝังใจก็คือเกมแรกที่เยือนบอร์นมัธต้นธันวาคม ปัญหาคือเพราะอะไรคุณถึงเก่งจังกับทีมใหญ่ แต่มักป้อแป้กับทีมเล็ก???? พวกเขาเอาชนะคู่แข่งกลุ่มท็อปเซเว่นได้ถึง 7 เกมจาก 12 แต่ทราบมั้ยนะครับว่าสถิติกับการเผชิญหน้าพวก 8 ทีมข้างล่างของตารางลงไปเป็นยังไง 21 แต้มจาก 39 แต้มเต็ม หรือ 21 แต้มจาก 13 นัดหมาย ใช้สมองน้อยๆคำนวณเท่ากับว่ามีถึง ''18 คะแนนที่หายไป''ฤดูกาลนี้แพ้มาหมดแล้วตั้งแต่เบิร์นลี่ย์, บอร์นมัธ, สวอนซี, ฮัลล์ จนกระทั่งเลสเตอร์ ซิตี้ ถ้าเกิดพอเพียงเจอเชลซี, ท็อตแน่ม, แมนฯ ซิตี้, อาร์เซนอล, แมนฯ ยูไนเต็ด จนกระทั่งเพื่อนข้างสวน เอฟเวอร์ตัน แทบจะชูขันหมากเชิญให้รีบมาเจอเลยบอลมักมีอะไรแปลกๆเสมอ คล็อปป์ควรเขยื้อนสายตามองดูสเปอร์สซึ่งกำลังบีบคั้นเชลซีไม่ลดละ การที่พวกเขาโกงความตายมาได้อย่างเมื่อวันพุธ ตอกย้ำซ้ำเติมว่าเพราะอะไรสองปีที่ผ่านมานี้ถึงนำพามาตรฐานวนเวียนบนหัวตาราง ต่อเข้าข้างซีซั่นก่อนบางทีอาจคลอดสะดุดหัวคะมำก็ตาม พวกเขาแพ้ 3 เกมเท่านั้นให้กับลิเวอร์พูล, เชลซีรวมทั้งแมนฯ ยูไนเต็ดใช่นะครับ คือเรื่องธรรดาที่ทำความเข้าใจกันได้ แต่ว่าเมื่อถึงแมตช์ที่จะต้องชนะก็ชนะ ขุนศึกตราไก่ของ เมาริซิโอ โปเช็ตติเตียนโน่ กวาดไป 32 แต้มจาก 12 เกมยามเจอกลุ่ม 8 ทีมด้านล่างของตาราง โดยทำตกหายไปแค่ 4 แต้ม… ผมเคยเขียนไปก่อนแล้วว่าถ้าออกทรงนี้ สู้มีผลงานกลางๆก็ได้เมื่อเจอทีมใหญ่ แล้วแบ่งอะดรีนาลีนพล่านไปใส่กับทีมที่เหลือ มิฉะนั้นก็จะต้องมานั่งปรับทุกข์กัน เพราะทีมเล็กมีมากกว่า
รอยต่อมา ซีซั่นนี้พวกเขาเสียประตูจากเซตพีซไป 11 จากทั้งหมด 39 ? ซึ่งแม้แต่แมนฯ ซิตี้ที่โดนวิภาควิจารณ์เรื่องความอ่อนฮวบเกมรับ หรือว่าอาร์เซนอลก็ตาม ยังมีสถิติที่ดีมากยิ่งกว่าด้านนี้ นี่นับว่าเป็นอีกสิ่งที่ไม่ว่าใครก็ตามมาเจอก็มักจะฝึกซ้อมลูกตั้งเตะมารอโจมตี เนื่องจากคล็อปป์นิยมให้สมาชิกคุมโซนมากยิ่งกว่าเกาะติดคน
ก่อนนี้มีการกางเทียบผลงานของ เบรนดินแดน ร็อดเจอร์ส กับคล็อปป์ ซึ่งก็แทบไม่ต่างกัน อย่างไรก็ดีก็มีคนยกใจความสำคัญว่าความสามารถของทีมวัดกันตรากตรำ เพราะสมัยก่อนมีบ่าสองข้างของ หลุยส์ ซัวเรซ ที่แบกภาระทุกอย่างของทีม มาถึงยุคนี้แบ่งภาระหน้าที่กระจัดกระจายมากยิ่งกว่ายังไงก็แล้วแต่ ลิเวอร์พูลเป็นสมาพันธ์ที่ผูกติดการบรรลุเป้าหมายตลอดมา

พวกเขาบางทีอาจไม่เคยไปถึงโทรฟี่พรีเมียร์ลีก แต่ก็ทำเป็นใกล้เคียงมา 2-3 ครั้งตั้งแต่สมัย ราฟา เบนิเตซ มาถึงร็อดเจอร์ส ซึ่งนับว่าเป็นทีมที่มีการพรีเซ็นท์แบบกระจ่าง มีผู้เล่นที่สามารถเรียกได้เลยว่าเป็นตัวผู้แสดงนำชายระดับทวีป
คูติเตียนนโญ่, ฟีร์มีโน่ รวมทั้งมาเน่ ไม่ใช่ไม่เก่ง แต่เชื่อว่าสาวกหงส์เองก็ย่อมตรึงตรากับทีมที่มี เฟร์นานโด ตอร, สตีเว่น เจอร์ราร์ด, ชาบี อลอนโซ่, ฮาเวียร์ มาสเคราโน่ เช่นเดียวกับทีมที่นำโดยหัวหอกฟันเหยินลำดับที่เจ็ด
ซัมเมอร์นี้คล็อปป์ประกาศแล้วว่าซื้อแน่…ผมเอาปัญหาเดียวกันนี้คุยกับเดอะ ค็อปก่อนเกมวันพุธ มีอยู่คนพูดน่าตกใจอย่างนี้นะครับ ''ผมต้องการเห็นทีมซื้อ 6 คน เราจะต้องเปลี่ยนแปลงใหม่รวมทั้งมีตัวสำรองทดแทน ผู้เฝ้าประตู เซนเตอร์ฮาล์ฟ แบ็กซ้าย กองกลาง ตัวขอบเส้น รวมทั้งกองหน้า''
ความน่าจะเป็นไปได้ที่จะมองเห็นผู้ฝึกสอนที่ลุ่มหลงเพลงเฮฟวี่ทุ่มชูแผง จ่ายหนักๆก็น่ารู้ว่ามีมากแค่ไหนกัน ต่อมาถ้าติดตามบทสัมภาษณ์ของเขาตลอดก็น่าจะเดาจิตใจได้ไม่ยากว่าเขาเองก็พอใจต่อทีมที่มีพอควร ด้วยเหตุผลดังกล่าวแล้วจังหวะที่จะซื้อกี่คน ใช้งบประมาณเยอะแค่ไหนก็คงจะขึ้นกับว่าสุดท้ายจบชั้นเยอะแค่ไหนในตาราง
โปรแกรมที่เหลือจากนี้อีก 7 เกม : สโต๊ค, เวสต์บรอมวิช, พาเลซ, วัตฟอร์ด, เซาธ์แฮมป์ตัน, เวสต์แฮม รวมทั้งโบโร่
ถ้าเกิดเป็นคอนเต้หรือโปเช็ตติเตียนโน่ก็คงจะลูบคลำปาก ทว่านี่เป็น ''ของแสลง'' สำหรับลิเวอร์พูลศักราชนี้ แน่ๆก็นับว่าเป็นเจ็ดเกมที่จะพิพากษาผู้ฝึกสอนอย่างคล็อปป์เพราะว่า ภายหลังได้คุมเต็มกำลังผ่านมาหนึ่งฤดูกาลควรให้เกรดที่เยอะแค่ไหนกัน 18 แต้มที่หายไป… ต้องอุตริฝันน้ำลายเยิ้มว่าเก็บได้หมดเลย เอาแค่ครึ่งเดียวจากนั้น เพราะถ้าทำเป็นตอนนี้ลิเวอร์พูลจะอยู่ที่สองตามหลังผู้นำฝูงเชลซีเพียงแค่ 3 แต้ม

11 Words

น้ามูเซงปีศาจแดงสังเวย มิคกี้,คาร์ริค เข้ารอบยุโรป้า 32 ทีม

จ่ามู ผู้จัดการทีมฝีปากกล้าของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คาดว่าเขาจะหมดสิทธิ์ลงเล่นเฮนริค มคิทาร์ยาน กับ ไมเคิล คาร์ริค ในเกมนัดชิงอีเอฟแอล คัพ กับ เซาแธมป์ตัน ในวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้โดยทั้งคู่ได้รับบาดเจ็บในเกมเยือน แซงต์-เอเตียน ในศึกยุโรป้า ลีกรอบ 32 ทีมสุดท้ายเมื่อคืนที่ผ่านมา

 

เฮนริค มคิทาร์ยาน และ ไมเคิล คาร์ริค ได้รับบาดเจ็บทั้งคู่ระหว่างเกมการลงแข่งก่อนสุดท้ายจะโดนเปลี่ยนตัวออกไปในศึกยุโรป้า ลีกรอบ 32 ทีมสุดท้ายกับ แซงต์-เอเตียน ผลปรากฏว่า ปีศาจแดงบุกไปชนะด้วยคะแนน 1-0 ผลสกอร์ร่วม 4-0 ผ่านเข้ารอบต่อไป

 

''ผมไม่ได้ยืนยันนะ แต่ผมคิดว่าพวกเขาไม่น่าจะไหว''

6 Words

โจเซ่ มูรินโญ่ ให้กําลังใจรานิเอรี่หลังโดนเลสเตอร์ปลด

 

น้ามู นายใหญ่ฝีปากกล้าของ ปีศาจแดง ออกมาให้กําลัง เคลาดิโอ รานิเอรี่ กุนซือของจิ้งจอก ที่เพิ่งโดนปลดไป

จิ้งจอก เพิ่งประกาศปลดเคลาดิโอ รานิเอรี่ออกจากการเป็นผู้จัดการทีมเมื่อคืนที่ผ่านมา

โดย  มูรินโญ่ ได้โพสต์ให้กําลังใจ รานิเอรี่ เมื่อทราบข่าวว่าเขาโดนปลด ''ไม่มีใครลบประวัติศาสตร์ที่นายเขียนขึ้นมาได้ แชมป์พรีเมียร์ และ ผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมแห่งปีของฟีฟ่า''

2 Words

แฟนปีศาจแดง!เวย์น รูนีย์ หายเจ็บกลับมาลงสนามซ้อมแล้ว

เวย์น รูนีย์ กัปตันของทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หายจากอาการบาดเจ็บลงฝึกซ้อมได้อีกครั้ง ก่อนจะบุกเยือน แซงต์ เอเตียนในศึกยูโรปา ลีก รอบ 32 ทีม นัดสอง

 มูรินโญ ผู้จัดการของทีมเผยก่อนหน้านี้ ว่าเขาไม่แน่ใจว่า ดาวยิงวัย 31 ปี จะกลับมาฟิตทันนัดชิงชนะเลิศของถ้วยอีเอฟแอล คัพ หรือไม่ หลังจากที่นักเตะได้รับบาดเจ็บ ทำให้ไม่ได้ลงเล่นตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

นับเป็นข่าวดีอย่างยิ่งของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ล่าสุด ดาวยิง ทีมชาติอังกฤษ หายจากอาการบาดเจ็บสามารถลงซ้อมได้แล้ว ซึ่งอาจมีชื่อเป็นผู้เล่นในเกมยุโรปวันพฤหัสบดีนี้

1 Words

พบข้อความไล่ เหี่ยวในงานประท้วง”ทรัมป์”

มีรายงานแผ่นภาพปรากฏข้อความขับไล่ เหี่ยว กุนซือของอาร์เซน่อล ในงานเดินขบวนประท้วง โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาในประเทศอังกฤษ

 

เวนเกอร์ โดนกระแสขับไล่อย่างหนักจากผลงานที่พาปืนใหญ่บุกไปโดนบาเยิร์น มิวนิคถล่มยับมา 1-5 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

 

แม้เกมล่าสุดพวกเขาจะผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายเอฟเอ คัพไปได้ด้วยการชนะ ซัตตัน ยูไนเต็ด ไป 2-0 แต่ก็ไม่ได้สร้างความประทับใจให้กองเชียร์เดอะกันเนอร์แต่อย่างใด

 

โดยในงานประท้วง ทรัมป์ ในประเทศอังกฤษกับพบแผ่นภาพปรากฏข้อความขับไล่ อาร์แซน เวนเกอร์ มาด้วยสร้างความประหลาดใจให้ผู้พบเห็น

5 Words

อีสเซลิค ผิดหวังโอ้เหมือนไม่อยากเล่นให้นีซ

วาเลนติน อีสเซลิค กองกลาง นีซ เผยผิดหวังกับพฤติกรรมของ มาริโอ บาโลเตลลี ที่ดูเหมือนไม่อยากลงเล่นช่วยทีม
เกรียนโอ้ ป่วยเป็นหวัด จึงไม่มีชื่ออยู่ในแมตซ์ เมื่อคืนนี้ที่เสมอกับแรนส์ 2-2 ซึ่งก่อนหน้านี้ ลูเซียง ฟาฟร์ กุนซือ ของ ทีม  เพิ่งดร็อปเขาให้เป็นตัวสำรองในนัดพบกับแซงต์ เอเตียน ล่าสุด เนื่องจากไม่พอใจที่เขาไม่ชอบลงมาช่วยเกมรับ
ไม่เพียงแค่ กุนซือของทีมที่มีความเห็นเช่นนี้ อีสเซลิค เพื่อนร่วมทีมของเกรียนโอ้ ก็มีความเห็นเช่นเดียวกัน
"ผมคิดว่าเขาดูเหมือนไม่อยากลงเล่นกับเรา น่าผิดหวังจริงๆ เราสมควรได้ใช้ความสามารถของเขาในเกมเช่นนี้"

4 Words

ต่างดาว ซวย”บิดัล”ปิดฤดูกาลก่อนเพื่อน

อเล็กซ์ บิดัล แบ็คขวาของ ต่างดาว ได้รับบาดเจ็บร้ายแรงในเกมบุกคว้าชัย อลาเบส

บิดัล กองหลังชาวสเปน ของ ต่างดาว ข้อเท้าหักหลังจังหวะประทะกับผู้เล่นของ อลาเบส

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดช่วงท้ายเกมในนัดบาร์เซโลนาบุกมีชัย ด้วยสกอร์ 6-0 ในจังหวะที่แบ็ควัย 27 ปี พุ่งเข้าเสียบบอลปะทะกับ ธีโอ เอร์นานเดซ ส่งผลให้ขั้นข้อเท้าหัก บิดงอ อย่างเห็นได้ชัดเจน

ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงที่เขาต้องจบฤดูกาลนี้ เนื่องจากต้องพักรักษาตัวระยะยาวอย่างแน่นอน

1 Words

วาเลนเซีย เผยรู้สึกดีใจหลังได้รับการขยายสัญญา

อันโตนิโอ วาเลนเซีย แบ็คขวาของ ปีศาจแดง เผยยังมีความสุขมากหลังได้ต่อสัญญากับต้นสังกัด

นักเตะทีมชาติเอกวาดอร์ ได้รับการต่อสัญญาออกไปอีก 1 ปี กับปีศาจแดงโดยเขายอมรับว่าเขารู้สึกดีใจเป็นอย่างมากหลังได้รับคำชมจาก โชเซ่ มูริญโญ่ ผู้จัดการคนเก่งของทีม ว่าเป็นหนึ่งในฟูลแบ็คที่ดีที่สุดในโลก และเขา  ยังหวังที่จะอยู่กับปีศาจแดงต่อไปให้มากสุดเท่าที่จะทำได้ อาจจะอีก 5-6 ปีหลังจากนี้

"ผมเพิ่งต่อสัญญาใหม่ ผมรักสโมสรและเมืองนี้มาก ครอบครับผมก็ชอบอยู่ที่นี่ ผมอยากอยู่ที่นี่ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ อาจจะ 5 หรือ 6 ปี"

4 Words