by

เดยัน ลอฟเรน ”ผมมั่นใจลิเวอร์พูลเสมอ”

ต้องนับว่าเป็นข่าวดีในช่วงเวลาฟอร์มห่วยๆของ ลิเวอร์พูล เมื่อ เดยัน ลอฟเรน ป้อมหลังจอมแกร่ง ตัดสินใจขยายสัญญาอยู่คุมแนวรับให้ ''หงส์แดง'' ไปถึงปี 2021 พร้อมออปชั่นขยายได้อีก 1 ปี แน่ๆว่าการสลัดหมึกคราวนี้เจ้าตัวพร้อมทั้งกายและใจที่จะฝากอนาคตของเขาเอาไว้ในถิ่นแอนฟิลด์ และเชื่อว่าทีมชุดนี้จะสร้างประวัติศาสตร์ที่สาวก ''เดอะ ค็อป'' เฝ้ารอมานาน

ลอฟเรน อยู่กับ ลิเวอร์พูล มาเป็นฤดูที่สามแล้ว หลังจากเซ็นสัญญาย้ายมาจาก เซาธ์หมูแฮมป์ตัน เมื่อก.ค. 2014 เขาลงเล่นให้ยอดทีม "เดอะ เร้ดส์" ไปแล้ว 105 เกมจากการประลองทุกรายการของต้นสังกัด และส่งบอลเข้าไปซุกก้นตาข่ายได้ 4 ลูก

การที่ พบร์เก้น คล็อปป์ มี ลอฟเรน คุมเกมรับอาจจะเป็นเรื่องที่ดีเยี่ยม ด้วยเหตุว่านักเตะปรับนิสัยกับทีมได้แล้ว และสามารถยืนเป็นตัวหลักในเกมรับให้ "หงส์แดง" ได้อย่างกล้าแกร่ง ที่สำคัญหากพวกเขามีคู่เซนเตอร์แบ็กที่เต็มไปด้วยความสามารถอีกซักคน เชื่อว่าแฟนบอลพันธุ์แท้ "เดอะ เร้ดส์" อาจจะใจชื่นว่าจะไม่เสียประตูกล้วยๆเสมือนตอนที่ผ่านๆมา

"ผมคิดว่านี่เป็นวันที่สุดพิเศษสำหรับผม และครอบครัวของผม ผมคิดว่าผมเป็นคนที่มีความสุขที่สุดในโลกสำหรับวันนี้ นี่เป็นอีกหนึ่งความฝันที่เป็นจริง มันเป็นความฝันของผมเสมอที่ได้อยู่กับซักสโมสรให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ผมรักสโมสรที่นี้ ผมรักลิเวอร์พูล"

"หลังจากที่ทุกสิ่งเกิดขึ้นในตอนต้น ต่อมาอีก 2 ฤดูจากนั้นผมคิดว่าผมทำผลงานได้ดีกว่าในซีซั่นแรก สโมสรให้รางวัลกับผม พวกเขาเชื่อถือในตัวผม และแฟนบอลก็เช่นกัน นี่เป็นสิ่งที่ผมเคารพอย่างมากหลังจากที่ทุกอย่างเกิดขึ้น ผมพึงพอใจกับทุกเรื่อง และผมต้องการที่จะอยู่ตรงนี้ให้ตายที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และก็เป็นส่วนหนึ่งส่วนใดของครอบครัวนี้ในอีกหลายๆปีที่จะมาถึง" ลอฟเรน กล่าว

ลอฟเรน ลงเล่น 28 เกมให้กับ ลิเวอร์พูล ในช่วงฤดูกาล 2016-17 ซัดไป 2 ประตู โดยดาวเตะวัย 27 ปี เล่นกันได้อย่างเข้าขากับ โจเอล มาติป ซึ่งย้ายมาร่วมทีมตอนซัมเมอร์ และผลงานเห็นได้ชัดเมื่อแพ้แค่ 1 เกม จาก 15 แมตช์ในขณะที่ทั้งคู่คนได้เล่นร่วมกัน และช่วยให้ทีมยังมีลุ้นติดอันดับท็อปโฟร์

"ผมดีใจที่จะได้เป็นส่วนหนึ่งส่วนใดของทีมนี้ และแผนการเล่นในอนาคต เราเป็นทีมที่มีหน้าแข้งความสามารถพิเศษจำนวนมาก พร้อมทั้งผู้เล่นที่สุดพิเศษอีกหลายคน และก็ผู้จัดการทีมที่สุดยอด สโมสรนี่มันช่างแสนอัศจรรย์ และแฟนบอลก็พร้อมที่จะสนับสนุนเราเสมอแม้ในวันที่เลวร้ายก็ตาม ซึ่งโน่นเป็นสิ่งสำคัญมากมาย แน่ๆว่าผมตื่นเต้นกับอนาคตของทีมจริงๆ" ลอฟเรน เจาะจง

การต่อสัญญาระยะยาวนั่นถือได้ว่า กองหลังโครแอต มีความขมักเขม้นอย่างแรงกล้าที่จะนำการบรรลุเป้าหมายสู่ถิ่นแอนฟิลด์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับแชมป์ลีกที่ห่างหายจากอ้อมอกของพวกเขาไปเป็นเวลายาวนานกว่า 26 ปี แล้ว "ใช่ เรามิได้อยู่ตรงนี้เพื่อแค่ลงเล่น และอยู่แค่กึ่งกลางตาราง ด้วยเหตุว่าคุณภาพของทีม กับการมีผู้จัดการทีมชั้นเยี่ยมซึ่งครอบครองแชมป์เกือบทุกรายการกับ ดอร์ทมุนด์"

"ในช่วงฤดูกาลหน้า เราจะพากเพียรที่จะมีลุ้นแชมป์อีกรอบ แต่ว่าสิ่งแรกก็คือการจบซีซั่นนี้ให้ดที่สุด และได้โควตาไปเล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก ตอนที่ พบร์เก้น เข้ามาคุมทีม เขาเปลี่ยนผมจำนวนมาก ไม่ใช่แค่ผม เขาเปลี่ยนนักเตะทุกคนในเรื่องภาวะจิตใจ การทำงานหนักในสนาม"

"การฝึกหัด และเขายังทำให้ตรงนี้มองสดใหม่ด้วยเหตุว่ามันแค่ปีครึ่งเท่านั้น แต่ว่าทุกๆคนเห็นว่านี่เป็นความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ พร้อมทั้งแนวความคิดและแผนการเล่นของเขา และก็กับสโมสรที่นี้ มันสามารถมีสิ่งดีๆเยอะจำนวนมากที่จะเกิดขึ้นตรงนี้ได้"

ตอนโค้งสุดท้ายซีซั่นนี้ ลิเวอร์พูล กำลังขับต้มกับหลายๆทีมเพื่อคว้าสิทธิไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์fun888ลีก โดย ลอฟเรน มั่นใจว่าเมื่อจบฤดูพวกเขาจะประพฤติตามแผนการที่ตั้งเอาไว้ "ผมอาจจะโง่มากๆถ้าเกิดผมกล่าวว่าเราไม่เชื่อสิ่งนี้ เราเริ่มซีซั่นอย่างกล้าแกร่ง และเชื่อถือตั้งแต่วันแรกในตอนปรีซีซั่น และเรายังคงเชื่ออยู่เสมอ"

"โชคร้ายที่เรามีนักเตะสำคัญๆบางบุคคลบาดเจ็บ มันเป็นช่วงๆในขณะที่โชคไม่เข้าข้างเลย แต่ว่าเราก็ยังมีขุมกำลังที่ใหญ่พร้อมทั้งดาวรุ่งความสามารถพิเศษ แน่ๆว่าเราพร้อมสู้ในอีก 4 เกมท้ายที่สุดเพื่อเก็บ 12 คะแนนเต็มให้ได้ ผมเชื่อมาตลอด และผมเชื่อถือในทีมชุดนี้ เชื่อมาตลอดทุกๆซีซั่นว่าพวกเราทำเป็น"

"นี่เป็นช่วงๆในขณะที่สำคัญมากๆผมคิดว่าเราควรที่จะทำเป็นเมื่อจบฤดู ด้วยเหตุว่าเราทำเป็นดีเยี่ยมขนาดไหนตลอดทั้งซีซั่น ผมมั่นใจว่าเราจะได้เห็นตัวเราได้เข้าไปเล่นในแชมเปี้ยนส์ ลีก"

ลอฟเรน มีความจำจำนวนมากกับเกมบอลถ้วยยุโรปร่วมกับ ลิเวอร์พูล ตั้งแต่แมื่อที่ย้ายมาจากเซาธ์หมูแฮมป์ตัน โดยเขายังจำความรู้สึกที่โหม่งประตูสำคัญในตอนทดเจ็บเกมกับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เฉพาะหน้าสาวก เดอะ ค็อป รวมถึงการต้องแพ้ เซบีคุณย่า ในนัดชิงแชมป์ ยูฟ่า ยูโรปา ลีก

"นี่เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมผมถึงต้องการมาอยู่ตรงนี้ นี่เป็นสิ่งที่เป็นไปได้กับ ลิเวอร์พูล กับช่วงเวลาอย่างงั้น คุณไม่มีทางลืมช่วงเวลาพวกนั้นได้เลย พวกเขาจะจดจำเอาไว้ในหน้าประวัติศาสตร์สโมสรตลอดกาล แฟนบอล,ผู้คน และทุกคนจะจดจำเหตุนั้นได้ มันไม่ใช่แค่เกมนั้น ผมต้องการจดจำในานะนักเตะซึ่งทำทุกสิ่งในสนามในการสู้เพื่อสโมสรที่นี้" ป้อมเหล็ก กล่าวตบท้าย